วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569

2122 ARMAGEDDON WAR สร้างและกำกับโดย ทรนง ศรีเชื้อ


 
2122 ARMAGEDDON WAR สร้างและกำกับโดย ทรนง ศรีเชื้อ

ทรนง ศรีเชื้อ ผู้สร้าง-ผู้เขียนบท ผู้กำกับภาพยนตร์ มากความสามารถ ผู้โด่งดัง จาก เรื่อง “สวรรค์ชั้น7  หลังจากห่างหายจากวงการ นาน 16 ปี กลับมาทำหนังอีกครั้ง ด้วยโปรเจ็คมหากาพย์ (กูนี่แหละอัจฉริยะ) ทุ่มทุนกว่า 300 ล้าน บาทสร้างหนังระดับโลก ต่อต้านสงคราม เรื่อง” 2122 Armageddon War  เน้นความยิ่งใหญ่ของเนื้อหา ที่พัฒนามานาน ไม่ใช่หนังที่หวังทำเงิน หรือสร้างรายได้ 500-600 ล้าน แต่หวังเป็นภาพยนตร์หนึ่งในหลายหมื่นเรื่องในช่วง 3-4 ปี นี้ ของโลกใบนี้

 ที่ทำประโยชน์คุณประโยชน์ต่อสังคม ต่อชาวโลก นั่นคือต่อต้านสงคราม เพื่อความสันติสุขต่อมวลมนุษย์ชาติ วิสัยทัศน์ ต้องการสร้างภาพยนตร์ไทย ที่มีคุณภาพ ระดับสากล






เปิดตัวประชุม ฟอร์มทีมงา2122 Armageddon Warที่บริษัท 20 ENTERTAINMENT (ซอยมัยลาภ 14)


เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569
สรุป จะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำ ฉากแรกในวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่กาญจนบุรี






 ส่งท้าย ได้มีพิธีรดน้ำขอพร จาก อ.ทรนง ศรีเชื้อ เพื่อความเป็นศิริมงคล เนื่องในวันสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง 

วันที่ 12-15 เมษายน 2569


รายงานข่าว โดย  เปี๊ยก อิสระ




 

 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47/2569 สะท้อนพลังอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต ภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY”


 

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47/ 2569
สะท้อนพลังอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต
ภายใต้ธีม “
THE ICONIC SYNCHRONICITY”









วันที่ 5  มีนาคม 2569 งานแถลงข่าวสื่อมวลชน จัดขึ้นที่ ห้องจูปิเตอร์ บอลล์รูม เมืองทองธานี

      กรุงเทพฯ – บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล
มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ประกาศความพร้อมการจัดงานภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ
บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” สะท้อนการประสานอย่างลงตัวของเทคโนโลยี นวัตกรรม
และงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน
และบทบาทสำคัญในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เวทีเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว


คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า
การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตยานยนต์ เทคโนโลยี และตลาดโลก
เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green
Economy) สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ










จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ผู้จัดงานมองว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
โดยการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการที่เหมาะสมจากภาครัฐใน
ระดับนโยบาย
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต
เพื่อรักษาบทบาทการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค
 
และการพัฒนาทั้งรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความหลากหลายของตลาด
ในบริบทดังกล่าว การจัดงาน Bangkok International Motor Show
จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่
 
อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ
พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค
ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”โดยในปีนี้ มีบริษัทรถยนต์และรถจักรยานยนต์
ตอบรับเข้าร่วมออกบูธแล้ว 45 บริษัท แบ่งเป็น รถยนต์ 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท
และมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก
เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ
การเข้าร่วมของกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ที่เพิ่งเปิดตลาดในประเทศไทย อาทิ CHERY, LEPAS,
FIREFLY, FORTHING และ TESLA ซึ่งเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก
สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพตลาดไทย
นอกจากนี้ ทุกบริษัทต่างปรับกลยุทธ์ด้านราคาและนำเสนอเงื่อนไขทางการเงินที่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ
ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แคมเปญส่งเสริมการขาย หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น
ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวม
จากกระแสตอบรับดังกล่าว ผู้จัดงานคาดการณ์ว่า การจัดงานในปีนี้จะสามารถ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า
10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา












คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่น จำกัด (มหาชน)
กล่าวว่า “ในช่วงเวลาการจัดงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
ยังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์
และครีเอเตอร์ เข้ามาลงทะเบียนกว่า 3,000 คน เพื่อรายงานและสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง
ทุกการเปิดตัวรถใหม่ ทุกโปรโมชั่น และทุกไฮไลต์ภายในบูธ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อชมรถเท่านั้น
แต่ยังร่วมกันสร้างคอนเทนต์ผ่านการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย
ทำให้คอนเทนต์จากภายในงานสามารถขยายการรับรู้ไปสู่ผู้ชมจำนวนมหาศาลภายในเวลาอันสั้น
เป็นการสื่อสารแบบ Organic ที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล
ด้วยเหตุนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็น
แพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน ผู้บริโภค และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน
และในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน งานลักษณะนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างทั้งยอดขาย ความเชื่อมั่น
และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”







คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า “ภายในงานปีนี้ นอกจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์
เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีให้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างครบครันแล้ว
ทางผู้จัดยังได้เตรียมกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบ
เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น
กิจกรรมการแข่งขันจักรยานขาไถรายการ Grand Prix Runbike Championship with RCS นอกจากนี้
ยังมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมฉลองครบรอบ 30 ปีของ XO
Autosport ซึ่งมักจะมีการรวมตัวของบุคคลสำคัญในวงการรถแต่ง และกิจกรรมแจกของที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมงาน
อาทิ JDM & Custom Culture เน้นการโชว์รถสาย JDM และรถแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในบรรยากาศ
Outdoor รับลมร้อน ซึ่งผู้เข้าชมงาน ที่จะได้เห็นรถแต่งระดับท็อปในประเทศกว่า 200 คัน (วันละ 100 คัน)
และการรวมตัวของกลุ่มคาร์คลับต่าง ๆ ในบรรยากาศสุดคึกคักรับหน้าร้อน ณ บริเวณลาน Loading หลังอาคาร
Challenger 1–3 IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 - 29 มีนาคม
ภายในงาน ยังพบกับงานประกวดออกแบบ Chery V23 Style Up
Challenge เป็นโครงการประกวดออกแบบ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่อง (Boxy Style)
รุ่น Chery V23 เพื่อเฟ้นหาไอเดียสร้างสรรค์จากคนไทยไปสู่ระดับสากล
โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงผลงานเป็นรถโมเดลที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมให้ผู้เข้าชมงานร่วมโหวตรางวัล
Popular Vote เพื่อลุ้นรับ iPad อีกด้วย
ส่วนผู้เข้าชมงานที่ต้องการทดลองขับรถยนต์รุ่นที่สนใจ ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่ลาน Test Drive
บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่จากหลากหลายแบรนด์
ภายใต้บรรยากาศที่เปิดกว้างและปลอดภัย โดยผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี
และระบบความปลอดภัยของรถยนต์อย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของงานในปีนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
สำหรับแคมเปญส่งเสริมการขายในปีนี้ ได้แก่ “มอเตอร์โชว์…เปย์” เป็นการลุ้นรางวัล GIFT VOUCHER
รวมมูลค่ากว่า 1,450,000 บาท ได้แก่
จองรถยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 100,000 บาท จำนวน 12 รางวัล
จองรถจักรยานยนต์ ลุ้น GIFT VOUCHER 10,000 บาท จำนวน 5 รางวัล
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับผู้เข้าชมงานด้วยบัตรอภินัน เพียงลงทะเบียนลุ้น GIFT VOUCHER 5,000
บาท จำนวน 10 รางวัล
และตอบแบบสอบถาม ลุ้น GIFT VOUCHER 25,000 บาท จำนวน 4 รางวัล
การจัดงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานมั่นใจว่าจะมอบประสบการณ์ที่ครบถ้วน ทั้งเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด
ข้อเสนอที่คุ้มค่า และสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

     ต่อจากนั้น ได้มีการเปิดตัวสาวงาม ผู้เข้าประกวด Miss Mortor Show 2026

ที่ผ่านรอบคัดเลือกมาแล้ว ใครจะได้ตำแหน่งเป็นแอมบาสซาเดอร์ โปรดติดตาม
รอลุ้นผลการตัดสิน ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 นี้








ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจทุกท่าน ร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
และยกระดับคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ได้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 
25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569

 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี

วันที่ 23 มีนาคม 2569
Press Day (รถยนต์)
รอบนำเสนอ 09.00 – 22.00 น.
วันที่ 24 มีนาคม 2569
พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เวลา 09.00 – 10.30 น.
เปิดรอบ VIP และรอบนำเสนอแบรนด์รถจักรยานยนต์ เวลา 11.00 – 18.00 น.





วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ใหญ่ กรภัทร์- ตั้ม นาโคย่า จับมือนายห้างประจักษ์ชัย”ค่ายไหทองคำ” ทำโปรเจคใหญ่



ใหญ่ กรภัทร์- ตั้ม นาโคย่า จับมือนายห้างประจักษ์ชัย”ค่ายไหทองคำ” ทำโปรเจคใหญ่




 เซอร์ไพร๊วงการ เมื่อผู้กำกับภาพยนตร์ "ใหญ่ กรภัทร์" ผู้กำกับไฟแรง แห่งปี จับมือร่วมโปรเจ็คใหญ่ กับ นายห้าง 'ประจักษ์ชัย ไหทองคำ" งานนี้ไม่ธรรมดา สุดยิ่งใหญ่ อลังการ แน่นอนครับและยังได้ร่วมโปรเจ็คนี้ กับ" ตั้ม นาโคย่า" โปรดิวเซอร์ชื่อดัง แห่งค่าย"นาโคย่าเร็คคอร์ด"ด้วย FC รอลุ้นได้เลยครับว่า 2 โปรเจ็คนี้ คืออะไรเร็วๆนี้คงได้เปิดตัวแถลงข่าวกัน โปรดติดตาม




INSIDEDARA MAGAZINE ขอร่วมเป็นกำลังใจ และติดตามผลงาน 

ของผู้กำกับใหญ่ กรภัทร์ และโปรดิวเซอร์ ตั้ม นาโคย่า ซึ่งฝากผลงานดีๆ ให้ได้ติดตามชมกันต่อไปนะครับ..