วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
โชว์ชุดว่ายน้ำสาวงาม 30 คน ตระการตา ในเวที "นางสาวถิ่นไทยงาม 2563
โชว์ชุดว่ายน้ำสาวงาม
30 คน ตระการตา ในเวที "นางสาวถิ่นไทยงาม 2563
วันที่
29 ก.ค. 2563 ในกิจกรรมเก็บตัวสาวงามเวที
"นางสาวถิ่นไทยงาม 2563"
เป็นวันที่สาม ซึ่งเป็นรอบที่ 30 สาวงามผู้เข้าประกวดฯ อวดโฉมในชุดว่ายน้ำ 3 สไตล์ ทั้งชุดสากลแบบทูพีซ
ชุดแบบสปอร์ต และชุดว่ายน้ำย้อนยุค ซึ่งถือเป็นชุดเอกลักษณ์ของการประกวดมาตลอด 70 ปี ต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
เพื่อเก็บคะแนนในรอบคัดเลือก ณ เอซ ไทย เวคพาร์ค รังสิต (ESC Thai Wake Park) ซึ่งเป็นการประกวดในรูปแบบนิวนอร์มอล
โดยผู้เข้าประกวดในปีนี้ได้มีส่วนร่วมรณรงค์และป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 อย่างเต็มที่
นอกจากการโชว์โฉมในชุดว่ายน้ำแล้ว
ผู้เข้าประกวดฯ ยังได้มีส่วนร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางวิถีใหม่แบบไร้มลพิษ
ด้วยรถยนต์และรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งร่วมโดยสารเรือไฟฟ้า Mine Smart Ferry ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด
(มหาชน) หรือ EA ซึ่งเป็นเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าลำแรกของประเทศไทย
จากนั้นได้เข้ารับการอบรมจากวิทยากรซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยประเภทต่างๆ
พร้อมกันนี้เหล่าสาวงามได้ร่วมการแข่งขันสร้างสรรค์สื่อรณรงค์ประกันภัยในยุคนิวนอร์มอล
เพื่อชิงตำแหน่งทิพยประกันภัยแอมบาสเดอร์ และเงินรางวัล 1 แสนบาทอย่างสนุกสนานอีกด้วย โดยวันที่
30-31 ก.ค.
ผู้เข้าประกวดทั้งหมดจะทำการฝึกซ้อมการแสดงบนเวที
และร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับ ทิพยประกันชีวิต ไทยเบฟเวอเรจ ธนาคารออมสิน และ
บีบี คลินิก ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของการประกวดฯ ทั้งนี้การประกวดรอบตัดสินจะจัดขึ้นในรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรม เอซ พาร์ค โฮเต็ล (ESC Park Hotel) รังสิต
โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามลุ้นเหล่าสาวงามได้ที่แฟนเพจ FB: นางสาวถิ่นไทยงามIG:
missthinnthaingarm#นางสาวถิ่นไทยงาม2563
รายงานข่าว โดย เปี๊ยก อิสระ
วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ “สรรค์สร้างไทย อนาคตไทย”
สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ “สรรค์สร้างไทย อนาคตไทย”
นักวิชาการสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์มองประเทศไทย ต้องเร่งปฎิรูปทุกด้านไม่ใช่แค่”ปฎิรูป”เป็นเพียงแค่วาทะกรรม ต้องรวมมือกันทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ความเห็นต่างคือประชาธิปไตยทางความคิดที่แสดงออกได้แต่ต้องไม่ขัดแย้งกัน เชื่อพลังคนรุ่นใหม่รักชาติบ้านเมืองเหมือนคนรุ่นเก่า
ที่ห้องประชุมเดอะบาคัส(สุขุมวิท) 29 ก.ค.63
นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ ได้ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา-ด้านภาวะผู้นำและด้านกฎหมาย นำโดย ศ.ดร.สุรพล บุญประถัมภ์ นักวิชาการอิสระ ด้านศาสนา(อดีตอัยการ) ศ.ดร.มณีรัตน์ สวัสดิวัตน์ ณอยุธยา นักวิชาการด้านการศึกษา (ราชบัณฑิตยสถาน) เจ้าของรางวัลการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากสหประชาชาติ, อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์ ม.รังสิต, Prof.อิน นฤหล้า นักวิชาการนานาชาติ(อดีตคณบดีคณะบริหารธุรกิจ ม.เอแบคและประธานโครงการ(Leadership) ,Prof.ปีแอร์ เดอลาลองด์ และ อ.สุพัฒก์ ชุมช่วย นักวิชาการอิสระ(หลักสูตรGTO) ได้ประชุมเตรียมพร้อมโครงการอบรมเยาวชนทางการเมืองรุ่นใหม่ (Young Political Leadership) ที่จะรวบรวมเอาคนรุ่นใหม่อายุตั้งแต่ 18 ปี ผสานกับคนวัยทำงานและนักธุรกิจรุ่นใหม่ พร้อมคนรุ่นเก่ามารวมพลังกันสรรค์สร้างสิ่งดี ๆ เพื่ออนาคตของประเทศไทย ที่เดินคู่ขนานไปด้วยกันไม่มีช่องว่างระหว่างวัยในเวทีและโครงการฯนี้ ด้วยเครือข่ายแนวร่วมที่มารวมพลังกันทุกสาขาอาชีพในโครงการฯดังกล่าว โดยที่ประชุมจะจัดกรุ๊ปเสวนา อบรมในระดับไพล็อตของแต่ละองค์กรก่อน เพื่อจะได้ไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับคนรุ่นใหม่ในการอบรมฯออกไปทั่วประเทศไทย ซึ่งครั้งแรกจัดในกรุงเทพมหานครก่อนในเดือนตุลาฯนี้ ส่วนกรุ๊ปผู้นำไพล็อต(ที่เป็นผู้นำองค์กร)จะเริ่มก่อนในช่วงปลายสิงหาคมฯนี้
ศ.ดร.สุรพล บุญประถัมภ์ ในฐานะที่ปรึกษาสถาบันฯกล่าวในที่ประชุมว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่อาจารย์สมชายฯ และคณะกรรมการสถาบันฯล้วนแล้วแต่เป็นคนมีชื่อเสียงที่ต้องการสร้างผู้นำที่มีคุณภาพตั้งแต่เด็ก ๆ และได้ทีมวิทยากรระดับนานาชาติที่นำโดยท่าน อ.อิน ต้องบอกว่าสุดยอด(ที่ผ่านฝึกอบรมเจ้าหน้าที่.สหประชาชาติมาแล้ว) สังคมไทยทุกวันนี้เราต้องร่วมมือร่วมใจกัน คนรุ่นใหม่เราก็ต้องฟังให้มาก เขามีความรู้สึกอย่างไร ประเทศไทยผ่านการปฎิรูปมาบ้างแต่ยังไม่สัมฤทธิ์ผล ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ต้องปฎิรูปกันอย่างจริงจังในทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่เป็นเพียงวาทะกรรม ยิ่งช่วงนี้เรื่องกระบวนการยุติธรรมเป็นเป้าใหญ่ที่ทุกคนเฝ้าจับตามองกันตลอด ทั้งอัยการและตำรวจรวมทั้งคนอื่นๆอีก ที่กำลังเป็นถูกวิพากษ์วิจารณ์กัน ในฐานะที่ตนเองเคยเป็นอัยการมาก่อน เราต้องยึดมั่นในหัวจิตหัวใจเลยว่าเราต้องทำทุกอย่างด้วยความถูกต้องตรงไปตรงมา สังคมไทยเราจะดีได้นั้น ทุกเรื่องจะต้องโปร่งใสทุกคนต้องเคารพกฎกติกา ที่สำคัญผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนรุ่นใหม่เขาเห็นด้วย
“เราเป็นประเทศที่ได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติรัฐบาลของเราดูแลด้านโรคระบาดไวรัส โควิด19 ได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก เราก็ต้องรักษาชื่อเสียงไว้ให้ดี ๆ เรื่องอะไรที่เกิดขึ้นแล้วเป็นภาพลบเราต้องรีบเคลียร์ให้กระจ่าง สถาบันฯเรามีนักวิชาการหลากหลายทั้งนักการศึกษาอย่าง ศ.ดร.มณีรัตน์ฯ นักกฎหมายรุ่นใหม่ที่เป็นนักวิจัยด้วย อย่างท่าน อ.แหม่ม-นิดาวรรณ เพราะสุนทร หรือนายตำรวจน้ำดี”สารวัตรแรมโบ้” พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดในฐานะที่ปรึกษาฯสถาบันฯก็ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์การทำงานในระบบราชการมานาน การที่ทุกคนหลากหลายสาขาอาชีพมารวมตัวกันเพื่อทำความดี สร้างสรรค์สิ่งดีเพื่ออนาคตของประเทศชาติ ด้วยการอบรมสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นผู้นำที่มีจิตสำนึกสาธารณะครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีงามมาก และพวกเราทุกคนก็ยังต้องเป็นกรุ๊ปLeadershipเป็นการเริ่มต้นก่อนขยายออกไปสู่ทุกภาคของประเทศไทย”
ท้ายสุด นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธานสถาบันฯ กล่าวว่าคณะกรรมการทุกท่านจะมีการเลือกประธานฯแต่ละภาค มาร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ และจะเป็นโครงการฯที่เราให้ความสำคัญของคนรุ่นใหม่ อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจนมาถึงคนวัยทำงาน ผสมผสานกับคนรุ่นเก่า เพื่อเดินหน้าไปด้วยกัน และสัปดาห์นี้คณะกรรมการสถาบันฯจะลงพื้นที่ไปภาคอีสานที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อไปพบกับพี่น้องประชาชนด้วย.
รายงานข่าว โดย เปี๊ยก อิสระ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)































































































