วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564
คุณกวิน CEOบริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัดจัดหนัก แจกแหลก คืนกำไรให้ลูกค้า จับรายชื่อผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลปีใหม่ 2564
วัตถุประสงค์ในการจัดงาน ในวันที่ 4 มกราคม 2564 บริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัดจัดหนัก แจกแหลก คืนกำไรให้ลูกค้า จับรายชื่อผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลปีใหม่ 2564
รางวัลที่
1 รถจักรยานยนต์ Honda SCOOPY I รุ่น Prestige มูลค่ารางวัลละ 48,600 บาท (จำนวน 1 รางวัล)
ในการจับรางวัลครั้งนี้ จัดขึ้นที่ บริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัด โดยมีคุณกวิน นิทัศนจารุกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย จำกัด ให้เกียรติเป็นผู้สุ่มจับรางวัล ร่วมกับท่านคณะกรรมการในการจับรางวัลทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ 1.เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ CFE กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโนซิส จำกัดและที่ปรึกษากลยุทธ์ธุรกิจและแฟรนไชส์ 2. คุณพิจิตร อิสระพายัพ (เปี๊ยก อิสระ)ผู้แทนสื่อมวลชน นิตยสาร INSIDEDARA MAGAZINE ONLINE 3.พ.ต.ต.มนตรี พุ่มแย้ม สารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลบางพลัด
รางวัลที่
1 : รถจักรยานยนต์ Honda SCOOPY I
รุ่น Prestige มูลค่ารางวัลละ 48,600 บาท (จำนวน 1 รางวัล)
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563
โควิดครั้งใหม่ ตรวจเชิงรุกทุกพื้นที่มีโรงงานและแรงงานอยู่ทั่วประเทศเพื่อหยุดโควิด 19 ให้ได้
โควิดครั้งใหม่ ตรวจเชิงรุกทุกพื้นที่มีโรงงานและแรงงานอยู่ทั่วประเทศเพื่อหยุดโควิด 19 ให้ได้
นักวิชาการเผยคนไทยเชื้อมือทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ถึงเวลา”คนไทยต้องร่วมมือ ร่วมใจ พลังกาย พลังใจ ต้ายภัยไวรัส”ก่อนวัคซีนจะมาให้คนไทยได้ฉีด
(25ธ.ค.63)นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)Thai Sangsan Institute ได้เผยว่าสถาบันฯได้ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ 2 คณะอันนี้ ศ.ดร.มณีรัตน์ สวัสดิวัต ณ อยุธยา ประธานที่ปรึกษาสถาบันฯและผู้ร่วมก่อตั้งสร้างสรรค์ปารตี้, พร้อมด้วยนักวิชาการหลากหลายสาขาอาทิ
อ.นิดาวรรณ เพราะสุนทร (ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์ ม.รังสิต) ,อ.เภสัชกร ดร.อธิวัฒน์ สินรัชตานันท์ (นักวิชาการด้านสุขภาพ-ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสมุนไพร),ดร.สุรชัย เลี่ยมทอง(นักธุรกิจ-เจ้าของเอจจิ้งเซ็นเตอร์) คุณพัชรีภรณ์ สิงห์พัตร์ (นักธุรกิจด้านอาหาร),อ.ดร.แสวง วิทยพิทักษ์(อาจารย์สอนป.เอกม.ราชภัฎจอมบึง),อ.ดนัย หริพัฒน์กุล (อาจารย์ด้านศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย), คุณดิษชูภณ นัยเนตร(คณะทำงานการเมืองภาคประชาชน),คุณอิศรานนท์ สิทธาพิสุทธิ์กุล (ที่ปรึกษาบ.ส่งออกผลไม้-คอลัมนิสต์),นายธรรมรัตน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา (อาจารย์พิเศษ-คอลัมนิสต์) ฯลฯ ร่วมกันประชุมเรื่องแนวทางการรับมือกับโควิดครั้งใหม่ ในส่วนของภาคประชาชน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นักวิชาการ-นักธุรกิจ-คนรุ่นใหม่-และอดีตข้าราชการ ซีงมีความคิดเห็นที่สรุปออกมาได้ประเด็นก็คือ ว่าควรที่จะมีการตรวจเชิงรุกทุกพื้นที่ที่มีโรงงานและแรงงานต่างด้าวอยู่อาศัยทั่วประเทศไปทีเดียวเลยเพราะจะได้หยุดโควิดระบาดให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งในที่ประชุมยังมี อ.ซาร่า หรือศศิวิมล จิตบันเทิงพันธ์ (อาจารย์ด้านภาษาจีน-และอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลจีน)มาพูดให้ฟังถึงสถานการณ์ตอนที่เธออยู่ที่ในปักกิ่ง และตอนนั้นมีการระบาดโควิดในตลาดซินฟาตี้ และรัฐบาลจีนใช้เวลา 7 วันเอาอยู่โควิดได้เบ็ดเสร็จ มาเปรียบเที่ยบกับสถานการณ์ที่ตลาดกุ้ง สมุทรสาคร เกิดเป็นต้นต่อของการระบาดครั้งใหม่มาเป็นข้อมูลด้วย
ขณะเดียวกันในส่วนภาคประชาชนของสถาบันฯก็จะร่วมรณรงค์ในเครือข่ายไปสู่สาธารณะให้ช่วยกันเป็นจิตอาสาเฝ้าระวังดูในชุมชนของตัวเองและแจ้งเบาะแสบุคคลที่สุ่มเสี่ยงติดโควิดให้กับภาครัฐ โดยต่อยอดมาจากโครงการฯ"พลังกาย พลังใจ ต้านภัยไวรัส” ที่ได้ร่วมรณรงค์สู้กับภัยโควิด 19 ในช่วงต้นที่ผมเองเป็นประธานฯจัดกิจกรรมและมีProf.อิน นฤหล้า (นักวิชาการนานาชาติ),Prof.ปีแอร์เดอลาลองด์ และProf.สก็อตบัดเล่ย์ ร่วมกันจัดกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ ต้านภัยโควิดในช่วงแรก
ทางด้าน ศ.ดร.มณีรัตน์ ฯ และ อ.นิดาวรรณฯ กล่าวว่ารอบใหม่นี้ถ้าฟังข้อมูลจากแพทย์หลากหลายท่านก็จะบอกตรงกันว่าจะรุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรกดังนั้นเราต้องช่วยกันทุกภาคส่วน ซึ่งในวันนี้เราก็มีคนรุ่นใหม่ที่เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเอแบค มาร่วมมือรณรงค์ไปพร้อมกับสถาบันฯก็คือ น.ส.วัณพรรณ เพียรล้ำพงศ์ (วิทยากรข่าว), น.ส.สุพรรษา หม่า, น.ส.ศิวาพร พุ่มทิน และยังมีทนายความและอดีตข้าราชการเช่น พ.ต.ท.สุคนธ์ กุลธาโร, คุณนนท์ ทะสะรา, คุณเสกสรร มากผล, คุณประเสริฐ เอียดสุวรรณ,ผศ.ดร.ชิษณุพงศ์ รัตนพันธ์,คุณเอกราช นิสชัยสงฆ์, คุณเสนีย์ รัตนเจริญ (อดีตผบ.เรือนจำ) และกลุ่มชมรมคนด้ามขวานและเพื่อนปทุมธานี มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย
นายสมชาย พหุลรัตน์ หรือ”Mr.P” ประธานสถาบันฯกล่าวอีกว่าอีกภาระกิจหนึ่งของสถาบันฯคือการตั้งคณะกรรมการทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การคัดกรองบุคคลมาทำงานโดยที่มีศ.ดร.มณีรัตน์ สวัสติวัติ ณ อยุธยา เป็นประธานฯและมีคณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพมาร่วมกันขับเคลื่อน อาทิ พ.ต.ภรัณ กิติวัฒน์,(อดีตที่ปรึกษารมต.อุตสาหกรรม) คุณยศพงศ์ นาทันรับ(นักธุรกิจ), คุณพัชรียาภรณ์ สิงห์พัตร์ (นักธุรกิจด้านอาหาร).คุณจิรโรจน์ มาลัยทองทิพย์ (นักธุรกิจ),คุณณัฐนันท์ พงษ์ภูริพัฒน์(อดีตผอ.กระทรวงทรัพยากรฯ),คุณธนกร ธรรมวรัญจน์,คุณเกียรติพงษ์ พิณทอง (ธุรกิจสุขภาพ)คุณชาติชาย สอนอินทรชิต, คุณสุรณรงค์ แจ่มจันทร์ และคุณปรีชา ธนาไพรินทร์ฯลฯ และยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านอื่น ๆที่จะมาร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ นอกจากโครงการอบรมคนรุ่นใหม่ทางการเมืองแล้วยังมีการจัดเวทีทางวิชาการในช่วงปีหน้าปี 64 ซึ่งจะขยายเครือข่ายออกไปยังท้องถิ่นซึ่งมีทีมงานด้านนี้มารับผิดชอบทุกภาคในการขับเคลื่อน โดยมีเป้าหมายรวมพลังกันมาร่วมกันทำงานความดีเพื่อแผ่นดิน.
รายงานข่าวโดย เปี๊ยก อิสระ
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563
Motor Expo 2020 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37) ระหว่างวันที่ 2 - 13 ธันวาคม 2563 ณ Chalennger Hall IMPACT เมืองทองธานี
Motor Expo
2020 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37)
ระหว่างวันที่ 2 - 13 ธันวาคม 2563
ณ Chalennger Hall IMPACT เมืองทองธานี
งานแสดงยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่
แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คุณห้ามพลาด "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37"
หรือ The 37th Thailand International Motor Expo 2020
ภายใต้แนวคิด"พร้อมขับเคลื่อน
ไปในความเปลี่ยนแปลง - Whatever Changes will be…Move on"
ระหว่าง 2 - 13 ธันวาคม 2563 ณ
IMPACT Challenger 1-3 เมืองทองธานี
แนวคิด MOTOR EXPO 2020 พร้อมขับเคลื่อน
ไปในความเปลี่ยนแปลง
Whatever
Changes will be...Move on
“ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์” คำกล่าวของ อาร์ธัวร์
โชเพนเฮาเอร์ (ARTHUR SCHOPENHAUER) นักปราชญ์ชาวเยอรมัน
ได้รับการพิสูจน์อีกครั้งในโลกของยานยนต์
พลังงานทดแทนน้ำมันที่มีบทบาทสูงสุดในปัจจุบัน
ได้แก่ ไฟฟ้า โดยเริ่มจากการนำมาผนวกกับเครื่องยนต์แบบเดิม กลายเป็นระบบไฮบริด
และพลัก-อิน ไฮบริด กระทั่งสามารถผลิตยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วน
ที่ประหยัด และไร้มลพิษได้สำเร็จ แม้จะยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
แต่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก
นอกจากพลังไฟฟ้าแล้ว
ผู้ผลิตยังพยายามแสวงหาพลังงานประเภทอื่นมาใช้แทนน้ำมัน ทั้งไฮโดรเจน
เซลล์เชื้อเพลิง พลังแสงอาทิตย์ ฯลฯ
ซึ่งยานยนต์ที่โลดแล่นด้วยพลังงานเหล่านี้เริ่มมีการผลิตออกจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว
และคาดว่าจะเป็นทางเลือกที่สมน้ำสมเนื้อกับยานยนต์พลังไฟฟ้าในอนาคต
อย่างไรก็ตาม
จนถึงตอนนี้ เครื่องยนต์ระบบสันดาปภายในยังคงเป็นขุมพลังหลักของยานยนต์ส่วนใหญ่
โดยผู้ผลิตสามารถลดมลพิษที่เกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นจุดอ่อนของระบบได้อย่างน่าพอใจ
หลังจากผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งศตวรรษ
ยานยนต์กำลังก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีขับเคลื่อนครั้งใหญ่
ที่ไม่ต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องยนต์ระบบสันดาปภายในอีกต่อไป
ในมุมมองของผู้บริโภค ถึงเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป
แต่วัตถุประสงค์ของการขับเคลื่อนมิได้เปลี่ยนแปลง
นั่นคือการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ที่สำคัญ
ไม่ว่ายานยนต์อนาคตจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากน้ำมัน ไฟฟ้า ไฮโดรเจน
เซลล์เชื้อเพลิง หรือแสงอาทิตย์ และไม่ว่ามนุษย์จะเป็นผู้บังคับควบคุม
หรือยานยนต์จะขับเคลื่อนได้เอง เสน่ห์ของยานยนต์ ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง ความสวยงามของรูปลักษณ์
และความน่าทึ่งของเทคโนโลยี ก็ยังชวนหลงใหล
ทำให้เราไม่มีวันเบื่อหน่ายที่จะขับเคลื่อนไปพร้อมกับมัน








